บริการศัลยกรรม

 ศัลยกรรมหน้าอก

ารเสริมหน้าอก (Breast augmentation)
เป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยซิลิโคนเจล ข้อดีของซิลิโคนเจลเสริมหน้าอก
คือให้ความรู้สึกคล้ายหน้าอกจริง ดูเป็นธรรมชาติ และเกิดผลแทรกซ้อนน้อย โดยซิลิโคนเจล
ที่นำมาใช้ต้องผ่านการได้รับอนุญาตจาก อย. เท่านั้น
ซิลิโคนเสริมหน้าอกแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?
ก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก สามารถพิจารณาเลือกชนิดของซิลิโคนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พอใจที่สุด
ซึ่งข้อแตกต่างของแต่ละแบบมีดังนี้
ขนาด ก่อนอื่นแพทย์จะตรวจวัดร่างกายโดยละเอียดด้วยหลักทางการแพทย์
เพื่อพิจารณาว่าควรเสริมด้วยซิลิโคนขนาดใด ให้เหมาะกับขนาดสรีระ
ของร่างกาย ใส่ได้พอดี ไม่รู้สึกอึดอัด แลดูเป็นธรรมชาติ รูปทรง มี 2 แบบ ได้แก่ ทรงกลม
และทรงหยดน้ำ ทรงกลม จะทำให้เห็นเนินอกชัดเจนกว่า แต่ทรงหยดน้ำจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
ทั้งนี้ขึ้นกับโครงสร้างร่างกายของแต่ละคน ด้วยผิว มี 2 แบบ ได้แก่ ผิวทราย และผิวเรียบ ผิวทราย
ทำให้เกิดพังผืดหลังการผ่าตัดน้อยกว่าผิวเรียบ จึงไม่ค่อยทำให้หน้าอกแข็งหลังทำ แต่ราคาค่อนข้างสูงกว่า

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

ข้อควรปฏิบัติหลังทำศัลยกรรมหน้าอก

ข้อห้ามสำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก

 ศัลยกรรมจมูก

การศัลยกรรมจมูก (Rhinoplasty)
เป็นการผ่าตัดตกแต่งเพื่อปรับเปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงของจมูก ซึ่งต้องทำโดยผู้ชำนาญการเท่านั้น
การเสริมจมูกสามารถใช้เทคนิคต่าง ๆ ร่วมด้วย เช่น การตะไบฮัมพ์ ตัดปีกจมูก เย็บอินเทอร์โดม
และการตอกฐานจมูก แต่ละเทคนิคนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ ความต้องการของผู้เข้ารับการศัลยกรรมจมูก และการประเมินของแพทย์
เทคนิคการเสริมจมูกแบ่งออกเป็น 2 เทคนิค ดังนี้
     –  เสริมจมูก (Closed Rhinoplasty) หรือที่เรารู้จักกันคือการเสริมจมูกแบบปิด โดยแพทย์จะทำการกรีดรูจมูกข้างใด้ข้างหนึ่ง เพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไป จะใช้เวลาน้อย เน้นการเสริมให้จมูกโด่งขึ้นอย่างเดียว
     –  เสริมจมูก Open (Rhinoplasty) หรือการเสริมจมูกแบบเปิด แพทย์จะเปิดแผลบริเวณฐานจมูกทั้งหมด เพื่อให้เห็นโครงสร้างภายใน และสามารถตกแต่งทรงจมูก และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

ซึ่งการเลือกเทคนิคเสริมจมูกนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้

 

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

ข้อควรปฏิบัติหลังทำศัลยกรรมจมูก

ข้อห้ามสำหรับการผ่าตัดเสริมจมูก

 ศัลยกรรมคาง

การศัลยกรรมคาง
เป็นการปรับโครงสร้างของใบหน้าให้เรียวและยาวขึ้น เนื่องจากคนเอเชียส่วนใหญ่
จะมีใบหน้าที่ค่อนข้างกลม และเหลี่ยม ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ ขาดความมั่นใจ
การศัลยกรรมคางจะช่วยให้ได้หน้าสวย หวานละมุนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคางมีความยาวสมส่วนกับใบหน้า
การศัลยกรรมคางจะนิยมทำโดยการใส่ Implant หรือใส่ซิลิโคน โดยมี 2 เทคนิค ดังนี้
     –  กรีดแผลนอกช่องปาก โดยจะเป็นการกรีดตรงใต้คาง 1.5-2 ซม. ไม่บวมนานและไม่ต้องพักฟื้นนาน
     –  กรีดแผลในช่องปาก จะไม่มีแผลด้านนอกให้เห็น โดยหมอจะกรีดแผลบริเวณเหงือก และ ใส่ซิลิโคน แต่ต้องดูแลแผลในช่องปากมากเป็นพิเศษ หากดูแลไม่ดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

ข้อควรปฏิบัติหลังทำศัลยกรรมคาง

 ศัลยกรรมตาสองชั้น

การศัลยกรรมตาสองชั้น
เป็นการแก้ไขปัญหาดวงตา เพื่อให้ดวงตาคมชัดขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาตาชั้นเดียว ชั้นตาไม่เท่ากัน
ตาหย่อนคล้อย มีหนังตาบริเวณหัวตาเยอะ หรือผู้ที่ต้องการให้ชั้นตาคมชัดขึ้น
สามารถปรับเปลี่ยนรูปตาได้ทั้งแบบสายฝอ และสายเกา
เทคนิคการศัลยกรรมตาสองชั้น มีดังนี้
    –
เทคนิคกรีดสั้น
เป็นการเปิดแผลสั้นแทนการกรีด ขนาดแผลประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ช่วยให้ชั้นตาดูสวยแบบไม่โป๊ะ ช่วยให้เกิดแผลเล็ก ไม่มีรอยเย็บ และไม่ต้องตัดไหม เมื่อหลับตาจะไม่เห็นรอยพับ
     –
เทคนิคกรีดยาว
เป็นการกรีดแผลยาวขึ้น เพื่อให้สามารถเย็บชั้นตาได้ตลอดแนว และสร้างชั้นตาใหม่ และ ยังช่วยให้ขนตางอนขึ้นอีกด้วย ลดโอกาสการเกิดหนังตาที่หางตาตกมากกว่าในแผลเล็ก

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

ข้อควรปฏิบัติหลังทำศัลยกรรมตาสองชั้น

 ศัลยกรรมปาก

การศัลยกรรมปาก
เป็นการการผ่าตัด ตกแต่ง หรือแก้ไขริมฝีปาก ให้รูป ทำให้ปากดูละมุน หน้าหวานขึ้น
โดยแพทย์จะทำการประเมินปัญหา ของคนไข้ก่อน ว่าแต่ละคนควรใช้เทคนิคไหนในการแก้ไขปัญหา
สามารถทำได้ทั้งปากบนและปากล่าง

ศัลยกรรมปากมี 3 แบบดังนี้
1. ปากกระจับ เป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีริมฝีปากบาง ได้รูป
2. ปากบาง ศัลยกรรมประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากหนา ใหญ่ และห้อย
3. แก้ไขปัญหารูปปากที่มีปัญหาหรือผิดปกติ เช่น ปากเบี้ยว มุมปากตก แก้ไขปัญหาปากคว่ำ

 

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

ข้อควรปฏิบัติหลังทำศัลยกรรมปาก

ปรึกษาการศัลยกรรมและการปรับรูปหน้ากับคุณหมอโดยตรง